อัรรอฟิเฎาะฮฺ หมายถึงชื่อกลุ่มที่มีแนวทางที่เบี่ยงเบนในเรื่องที่เกี่ยวกับอะกีดะฮฺและปฏิเสธไม่ยอมรับการเป็นเคาะลีฟะฮฺของท่านอบูบักรฺ ท่านอุมัร และท่านอุษมาน โดยอ้างว่าตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺเป็นของท่านอาลี และเชื้อสายของท่านเท่านั้น และอ้างว่าเรื่องดังกล่าวนั้นมีหลักฐานที่เป็นตัวบทอย่างชัดเจนจากท่านนบีมุหัมมัด และผู้ใดที่ขึ้นมาเป็นเคาะลีฟะฮฺนอกจากอาลีและเชื้อสายของท่านแล้วถือว่าเป็นโมฆะ
วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2555
ชำแหละลัทธิชีอะฮฺนุศ็อยรีย์
ชำแหละลัทธิชีอะฮฺนุศ็อยรีย์
โดยทั่วไปแล้วชีอะฮฺแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
ได้แก่
1.ﺍﻟﻤﻔﻀﻠﺔ หมายถึงกลุ่มที่เห็นว่าท่านอะลี มี
ความเหมาะสมที่จะ
ได้รับตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺหลังจากนบี แต่ไม่
ถึงขั้นด่าทอหรือเคียดแค้นเศาะฮาบะฮฺแต่อย่างใด
กลุ่มนี้มีชื่อว่า ซัยดียะฮฺ
2.ﺍﻟﺴﺒﺎﺑﺔ หมายถึงด่าทอ คือ
ไม่เพียงแต่เห็นว่าท่านอะลีเหมาะสม
กับตำแหน่งเคาะลีฟะฮฺมากกว่าคนอื่นเท่านั้น แต่
ยังด่าทอเศาะฮาบะฮฺ และ
ยังหุกมว่าหลังนบีเสียชีวิตเศาะฮาบะฮฺทุกคนตกมุรตัด
ยกเว้นบุคคลเพียงหยิบมือเท่านั้น กลุ่มนี้มีชื่อว่า
รอฟิเฏาะฮฺ หรืออาจเรียกว่า ลัทธิด่าเศาะฮาบะฮฺก็
ได้ (ลัทธินี้จะคุ้นมากแถวบ้านเรา)
3.ﺍﻟﻤﺆﻟﻬﺔ หมาย
ถึงกลุ่มที่ยกย่องบูชาอะลีเป็นพระเจ้า กลุ่มนี้มีชื่อว่า
นุศ็อยรีย์ ซึ่งมา
จากชือของผู้ก่อตั้งลัทธินี้ที่มีนามว่าﺃﺑﻮ ﺷﻌﻴﺐ
ﻣﺤﻤﺪ ﺑﻦ ﻧﺼﻴﺮ ﺍﻟﺒﺼﺮﻱ ﺍﻟﻨﻤﻴﺮﻱ (เสียชีวิตปี270 ฮฺ.ศ.)
แต่กลุ่มนี้มักเรียกตนเองว่า อะละวีย์ หรืออะละวียูน
แต่ละกลุ่มข้างต้น มีการแตกแขนงออกไปตามผู้นำ
ในแต่ละยุคสมัย
แต่กลุ่มที่อันตรายที่สุดคือกลุ่มที่ 3
ซึ่งอิมามอิบนูตัยมียะฮฺกล่าวว่าพวกเขา มีสภาพ
เป็นกุฟรยิ่งกว่ายิวและคริสเตียน
และอันตรายต่ออิสลามยิ่งกว่านักรบมองโกลหลายเท่า
กลุ่มนี้มักจะผสมโรงกับชาวคริสเตียน
ในการกวาดล้างมุสลิมีนตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
และการพ่ายแพ้ของประเทศอิสลามในอดีต
มักมีมือสกปรกของลัทธินี้มาเกี่ยวโยงทุกครั้ง
หลายคนอาจไม่ทราบว่าประเทศซีเรียถูกปกครอง
โดยตระกูลอะสัดมาเป็นเวลา 40 ปีแล้ว
ตระกูลอะสัดได้กลาย
เป็นหุ่นเชิดลัทธิชีอะฮฺนุศ็อยรีย์
ในการกวาดล้างพี่น้องมุสลิม ตั้งแต่
นั้นมาซีเรียกลายเป็นทุ่งสังหารขนาดใหญ่
แผ่นดินที่ไม่เคยเหือดแห้งจากคาวเลือด
และซากศพของประชาชนเลย
ตั้งแต่มีการประท้วงกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา
พี่น้องชาวซีเรีย ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
โดยชีอะฮฺกลุ่มที่ 3 โดยจำนวนกว่า7,000 คน
ได้รับการสนุนด้านอาวุธอันทันสมัย
จากชีอะฮฺกลุ่มที่ 2 และได้รับ
ความคุ้มครองอย่างอบอุ่น
จากสองสมาชิกถาวรแห่งสหประชาชาติคือจีน
และรัสเซีย อัลลอฮุลมุสตะอาน
ไฟแห่งมะญูซีย์ ความแค้นของคริสเตียน และ
ความเจ้าเล่ห์ของยิว
ได้บรรเลงเพลงประสานเสียงเพื่อกวาดล้างพี่น้องชาวซีเรีย
แล้ว
ถึงเวลาที่พี่น้องจะ
ต้องศึกษาความชั่วร้ายของลัทธินี้ซะที
ฟัตวาให้ชาวซีเรียลุกขึ้นปกป้องตนเอง
ฟัตวาอุละมาอฺมุสลิม
1) สมาพันธ์อุละมาอฺซีเรีย
และสมาพันธ์อุละมาอฺโลก
ได้ออกฟัตวาเรียกร้อง
ให้ชาวซีเรียลุกขึ้นปกป้องตนเอง
จากสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ ถึงแม้ด้วยมีด
ในครัวก็ตาม
2) ชีคเกาะเราะฎอวีย์
ได้อ่านคุตบะฮฺประณามการกระทำของรัฐบาลบัชชาร์และดุอา
ให้อัลลอฮฺทำลายอำนาจของเขา ชีคได้สร้าง
ความมั่นใจว่าสัจธรรมจะต้องได้รับชัยชนะ พร้อม
ให้คำมั่นสัญญาว่าท่าน
จะต้องไปละหมาดที่มัสยิดอุมะวีย์ ณ กรุงดามัสกัส
ในเร็วๆ นี้
3) สำนักพระราชวังแห่งซาอุดีอาระเบีย
ได้ออกประกาศให้อิมามมัสยิด
ทั่วราชอาณาจักรอ่านดุอากุนูตในละหมาด
เป็นเวลานาน 1 เดือน
4) ชีคมุหัมมัด หัสสาน ชีคมุหัมมัด
อัลอะรีฟีย์ชีคซัลมาน อัลเอาดะฮฺ ชีคอาอิด
อัลก็อรนีย์และอุละมาอฺท่านอื่นๆ ทั่วโลก (
ยกเว้นอุละมาอฺสายรัฐบาลบัชชาร์และอุละมาอฺสายชีอะฮฺ
)
ได้ประณามการกระทำอันป่าเถื่อนนี้และดุอาต่ออัลลอฮฺ
ได้โปรดให้ความ
ช่วยเหลือแก่พี่น้องชาวซีเรียแนวโน้มและจุดยืน
(1) สถานการณ์ในซีเรียยากที่จะคาดเดา
เพราะนอกจากเป็นแหล่ง
ความขัดแย้งประเด็นศาสนาสุหนี่-
ชีอะฮฺแล้วซีเรียคือรัฐกันชนที่สำคัญที่สร้าง
ความปลอดภัยให้แก่รัฐยิว
จากภัยคุกคามของมุสลิม
(2) มีรายงานเพิ่มว่า นายทหารจำนวนกว่า 30,000
นายได้เข้าสมทบกับกองกำลังประชาชน
เพราะทนดูพฤติกรรมอันโหดร้ายของรัฐบาลไม่ได้
(3) อย่าหลงกลละครน้ำเน่าที่แสดงโดยชีอะฮฺ
และยิวที่ตบตาผู้ชมทั่วโลกว่าทั้งคู่คือศัตรูคู่อาฆาต
ทั้งที่ความจริงในประวัติศาสตร์ ลัทธิชีอะฮฺ – ไม่ว่า
ในระดับประเทศหรือองค์กร- ไม่เคยสร้าง
ความเดือดร้อนแก่ยิวแม้ด้วยกระสุนนัดเดียว
อาจมีบทกร้าวที่ดูเหมือนจะห้ำหั่นใส่กันอย่างเอา
เป็นเอาตายในบางครั้งบางคราว แต่ก็
เป็นเพียงละครตบตาที่ไม่มีทางเกิดขึ้ในนสนามแห่ง
ความเป็นจริง
(4) ในอดีต มุสลิมอาจถูกปิดหูปิดตา
จากการรับรู้ข่าวสารไปบ้าง แต่ปัจจุบัน
ขอเพียงแต่มีใจและให้
ความสำคัญกับพี่น้องมุสลิมทั่วโลก ก็
สามารถติดตามข่าวคราวผ่านสื่อต่างๆ ได้อย่าง
ใกล้ชิดและฉับไว เพราะผู้
ใดที่ไม่สนใจกิจการของมุสลิม เขาไม่
ใช่มุสลิมที่แท้จริง
(5)การดุอาคือเกณฑ์ขั้นต่ำที่สุดที่
เป็นตัวชี้วัดว่าเรามี
ความห่วงใยพี่น้องของเรามากน้อยแค่ไหน ดัง
นั้นอย่าอ้างว่าไม่มีเวลาแม้แค่ติดตามข่าวสาร
ไม่สนใจแม้กระทั่งที่จะดุอา
(6) เราต้องเชื่อมั่นว่า สัจธรรมเหนือกว่าความเท็จ
ผู้อธรรมย่อมพินาศพนาสูร
ความมืดมิดปกคลุมหนาทึบมากเพียงใดย่อมแสดงว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
จะเยือนมาในไม่ช้า อัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้
และทรงตัดสินอย่างยุติธรรมที่สุด และฉากสุดท้าย
จะต้อง
เป็นชัยชนะของศรัทธาชนอย่างแน่นอน
วัลลอฮุอะลัม
หน่วยปีศาจสังหารของบัชชาร์ อัลอัซซาด ซีเรีย
โฉมหน้าหน่วย Syibbihah
****โฉมหน้าหน่วย Syibbihah(เชือดสังหาร) เป็นหน่วยปีศาจสังหารของบัชชาร์ อัลอัซซาด ที่กระทำย่ำยีพี่น้องเราที่ซีเรียขณะนี้....และลิงค์ข้างล่างต่อไปนี้คือผลงานอันอัมหิตของพวกมัน...(....ผู้หญิงสมควรเลี่ยงการรับชมคลิปชุดนี้....)
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=_nFNQNZ4i7Y&skipcontrinter=1
!!!!!!!!มันยังเป็นคนมั้ยนั่น เชือดยังกะเป็นสัตว์!!!!!!!!
The Syrian revolution-city of Hama - we bought this video from a Soldier for 500$
""""ยาอัลลอฮ. ขอทรงปกป้องมุสลิมทุกคนในซีเรียให้ผ่านพ้นกับภัยอันตรายอย่างมะหันในครั้งนี้เร็วๆ ด้วยเถิด ฉันมีความรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ ทนไม่ได้แล้ว ที่มีเหตุถการณ์อย่างนี้ โดยไอ้พวกขุมนรกมันยังทำหน้าตาเบิกบานมีความสุข ขอให้อัลลอฮ.ลงโทษไอ้พวก ระยัมพวกนี้เร็วๆ วันด้วยเถิด ...เห็นทุกครั้งที่จำใจและเสียใจทุกคนที่พวกมุสลิมเราต่างประเทศทั้งหลายไม่สามารถเข้าไปด้วยได้ ขอดูอาร์ให้ผ่านพ้นไปเร็ววันด้วยเถิด และขอให้พวกมันพบเจอความทรมานที่ได้ทำไว้กับมุสลิมเรา ให้ได้รับโทษในเร็ววันด้วยเถิด ยาอัลลอฮ. อัลอฮ.ผู้ทรงยิ่งใหญ่ อัลลอฮ.ฮูกัรบัล;;;;;;
.ขอให้พี่น้องที่ศรัทธาทั้งปวงจงจำชื่อชีอะห์อาลาวีย์(หรือนูซอยรีย์)นี้ไว้ และพยายามกำชับในหมู่พวกเราให้ทำความรู้จักกับกองกำลังปีศาจนี้ไว้ถึงชั่วลูกชั่วหลาน ชั่วกัลปฺ์ชั่วกาล....
"""""สิ่งที่ทำเหล่านี้ไม่ได้ทำให้พวกที่กล้าใหญ่เหล่าันั้นดูเป็นผู้ที่ห้าวหาญแต่อย่างใด หากแต่เป็นผู้ที่มีจิตใจเยี่ยงสัตว์ เท่านั้น เพราะผู้ที่กล้าหาญคือผู้ที่ยอมพลีชีตในสนามรบต่างหาก"""
yrian Regime - A Compilation of Shirk
>>>>ผู้นำซีเรีย เป็นชีอะฮ์มาต้ังแต่รุ่นพ่อมัน พวกนี้มันไม่ใช่มุสลิมเพราะมันเห็นประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นซุนนะฮ์ ไม่ใช่มนุษย์ ตอนนี้ที่จ.ภูเก็ตเกิดขึ้นแล้ว และจะคงเหมือนซีเรียในไม่ช้า เพราะประธานกกอ.ภูเก็ต มันเป็นชีอะฮ์ อิหม่ามซุนนะฮ์เรานี่แหละถูกพวกมันซื้อไปแล้ว อาอูซูบิ้ลละห์ฮีมินซาลิก<<<<<
วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555
อะบูลุลุอะฮฺ คือมหาวีรบุรุษของลัทธิชีอะฮ์ฆาตกรสังหารท่านคอลีฟะฮฺอุมัร อิบนุลค่อฏฏอบ
สุสานสมมุติของปีรูซในกาชาน อิหร่าน
อะบูลุลุอะฮฺ เป็นชื่อที่นักประวัติศาสตร์ชาวอาหรับเรียกชายชาวเปอร์เซียที่สังหารอุมัร อิบนุลค่อฏฏอบ คอลีฟะฮฺที่สองแห่งอาณาจักรอิสลาม อะบูลุลุอะฮฺมีชื่อจริงว่า ปีรุซ ฟีรุซ หรือฟีรูซาน (Piruz, Firuz, Piruzan) ดั้งเดิมมาจากนะฮาวันดฺ เป็นทาสที่มุฆีเราะฮฺ บินชุอฺบะฮฺซื้อมา แล้วพาเข้าไปอาศัยในมหานครมะดีนะฮฺ อะบูลุลุอะฮฺ ปีรูซานประกอบอาชีพเป็นช่างไม้ ทำงานรับจ้างเก็บเงินได้วันละสองดิรฮัม
ครั้งหนึ่งเกิดกรณีพิพาทระหว่างปีรูซานและมุฆีเราะฮฺผู้เป็นนาย ในเรื่องของเงินที่ปีรูซานที่หามาได้ จึงพากันไปหาคอลีฟะฮฺอุมัร ให้ตัดสินคดี แต่อุมัรได้ตัดสินให้มุฆีเราะฮฺเป็นฝ่ายชนะ ทำให้ปีรูซานเกิดความแค้นอย่างมาก จึงได้วางแผนเพื่อสังหารอุมัรในมัสญิดของนบี ในเมืองมะดีนะฮฺ ในยามรุ่งอรุณของวันหนึ่ง เมื่ออุมัรกำลังเรียกผู้คนเพื่อนมาซศุบฮิ อะบูลุลุอะฮฺรี่เข้าแทงอุมัรที่ท้องจนกระทั่งต้องเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ผู้คนในมัสญิดพยายามจะสะกัดกั้น ก็ถูกอะบูลุลุอะฮฺแทงด้วยอาวุธจนล้มตายไปอีก 11 คน เมื่อเห็นว่าตัวเองหนีไปไม่รอด ก็เลยใช้มีดปลิดชีวิตตัวเอง ล้มตาย ณ ที่นั่นเหมือนกัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 645
สุสานสมมุติของปีรูซในกาชาน อิหร่าน
ในเดือนมิถุนายน 2007 รัฐบาลอิหร่านได้ประกาศที่จะทำลายสุสานของอะบูลุลุอะฮฺและสิ่งก่อสร้างที่ครอบเหนือสุสาน สุสานนี้ตั้งอยู่ในเมืองกาชาน ในจังหวัดอิศฟาฮาน ซึ่งอยู่ในภาคกลางของประเทศอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ชาวอิหร่านส่วนหนึ่งได้ออกมาประท้วงคัดค้านการทำลายสุสานของ"มหาวีรบุรุษ"อันนี้ จนกระทั่งประธานาธิบดีอะฮ์มาดีเนญาด ได้เปลี่ยนคำสั่งให้เป็นแค่ปิดสถานที่ดังกล่าวชั่วคราว ห้ามไม่ให้ผู้คนเข้าเยี่ยมเยียน จนกระทั่งวันนี้สุสานของอะบูลุลุอะฮฺก็ยังคงมีอยู่
สุสานสมมุติของอะบูลุอะฮฺในเมืองกาชานนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาล ชาวอิหร่านเรียกอะบูลุลุอะฮฺว่า อิมามซาเดะหฺ อะบูลูลูอ์ ซึ่งคำว่า อิมามซาเดะหฺ แปลว่า บุตรหลานของอิมาม ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกบรรดาลูกหลานของอิมามญะอฺฟัร อัศศอดิก เป็นเสมือนชื่อที่เรียกนักบุญผู้มีเกียรติ อะบูลุลุอะฮฺ ฆาตกรชาวเปอร์เซีย ที่นับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ ผู้ที่สังหารคอลีฟะฮฺอุมัร อิบนุลค่อฏฏอบ ได้กลายเป็นนักบุญที่ได้รับการเคารพบูชา เป็นการอุตริในศาสนาอย่างสุดโต่ง
ประธานธิบดีชัยตอน บาชัร อัลอัรชัรด์ประธานธิบดีลัทธิชีอะห์สายอาลาวียะห์แห่งซีเรีย
รัฐบาลชีอะห์ซีเรีย เป็นรัฐบาลเผด็จการ ที่สืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูก ประธานธิบดีชัยตอน บาชัร อัลอัรชัรด์ประธานธิบดีลัทธิชีอะห์สายอาลาวียะห์ ซึ่งคนละลัทธิกับอิหร่าน แต่คล้ายคลึงกัน ได้ฆ่าพี่น้องมุสลิมซุนนีย์ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเสียชีวิตหลายพันคน ฆ่าไม่เว้นแม้กระทั้ง เด็กสตรี คนชรา บังคับให้ก้มสิโรราปจูบรูป ทำร้ายร่างกาย ให้ทหารเหยียบหน้าผู้ประท้วง ยิงผู้ประท้วง บังคับให้ผู้ประท้วงซึ่งเป็นชาวซุนนีย์ที่ไม่เห็นด้วย กล่าวคำปฎิญาน ตั้งภาคีกับพระเจ้า ซึ่งทั้งหมดที่รัฐบาลปีศาจชีอะห์สั่งการให้ทหารทำแบบนี้ขัดกับหลักอิสลามทั้งสิ้น! ทุกๆการกระทำที่พวกรัฐบาลปีศาจชีอะห์ทำกับประชาชนย่อมได้รับการสอบสวนและลงโทษอย่างสาสมจากพระเจ้าอย่างแน่นอนในวันปรโลก
ลัทธิชีอะห์สายอาลาวียะห์นอกรีตแห่งนี้ ต้องการปกครองประเทศ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอม เพราะรัฐบาลชีอะห์ปกครองซีเรียมาหลายปีแล้ว จึงลุกฮือประท้วง ต้องการโค่นล้มอำนาจของ รัฐบาลชีอะห์อาลาวียะห์ ตอนนี้การประท้วงกำลังจะเป็นสงครามระหว่างพี่น้องซุนนีย์กับลัทธิชีอะห์อาลาวียะห์้แล้ว โดยกลุ่มนักรบมูฮาญีรีนออกมาแถลงการ ตอบโต้ และจะต่อสู้กับทางรัฐบาลชีอะห์อาลาวียะห์นอกรีต !
คลิปภาพความสับปรับของฮิซบุลลาต
วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555
ชีริก ชีอะฮรอฟีเฎาะฮฺพอทราบไหม? (มันเป็นแค่สื่อนั้นหรือ?)
ชิรกฺ (ภาษาอาหรับ: شرك /ชิรกฺ/) การสะกดที่ไม่มาตรฐาน ชิริก มีความหมายว่า การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า คือการเคารพสักการะสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺ หรือการเชื่อว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มองเห็น หรือที่มองไม่เห็น ที่มีอยู่ หรือที่อุปโลกน์ขึ้นมา ว่ามีพลังอำนาจความสามารถที่จะให้คุณประโยชน์หรือให้โทษต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ผู้ที่ตั้งภาคีเรียกในภาษาอาหรับว่า มุชริก
การตั้งภาคีเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรองลงมาจากการปฏิเสธศรัทธา เป็นความบาปที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงอภัยให้ หากตายไปในอาการที่เป็นผู้ตั้งภาคี
ประเภทของชิรกฺ
ชิริกฺแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
1. การตั้งภาคีเปิดเผย
คือการเชื่อว่ายังมีสิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮฺ ที่ศักดิ์สิทธิ์ สมควรได้รับการเคารพสักการะ กราบไหว้บูชา
1.1 การเคารพสักการะสิ่งอื่นใด นอกเหนือจากอัลลอฮฺ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นมนุษย์ที่ยังเป็น หรือตายไปแล้ว วัตถุที่มองเห็นหรือมองไม่เห็น ที่มีจริงหรือที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมา โดยไม่จำกัดว่าเคารพสักการะด้วยวิธีใด เช่นการกราบไหว้ การจุดธูปเซ่นไหว้ การทำบูชายันต์ การทำกุรบาน
1.2 การเชื่อหรือนับถือว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นศักดิ์สิทธิ์ นำโชค ปกป้องภัย เช่น สุสานนักบุญ ต้นไม้ ผ้ายันตร์ หิน เป็นต้น
1.3 การเชื่อว่าผู้วิเศษบางคนไม่ว่าจะเป็นหรือตายไปแล้ว สามารถจะให้ชะฟาอะฮฺ (การรับรองช่วยเหลือ) ให้มีสถานภาพที่ดีกว่าในโลกนี้และโลกหน้า
{74:48} ดังนั้นการรับรองของบรรดาผู้รับรองจะไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่พวกเขา
{2:48} และจงยำเกรงต่อวันหนึ่ง ซึ่งชีวิตหนึ่งไม่สามารถที่จะช่วยแทนอีกชีวิตหนึ่งได้ และการรับรองจากชีวิตใดก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ และค่าไถ่จากชีวิตใดก็จะไม่ถูกรับ และพวกเขาก็จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ
{6:51} และเธอจงตักเตือนด้วยอัลกุรอานแก่บรรดาผู้เกรงกลัวว่า พวกเขาจะถูกนำไปชุมนุมยังพระเจ้าของพวกตน โดยที่อื่นจากพระองค์แล้ว พวกเขาจะไม่มีผู้ช่วยเหลือและไม่มีผู้รับรอง เพื่อว่าพวกเขาจะได้ยำเกรง
1.4 การศรัทธาในไสยศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ทำเองหรือขอให้ผู้อื่นทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิดคุณประโยชน์หรือโทษ เช่น ทำให้สามีภรรยาดีกัน หรือแยกกันก็ตาม
{2:102} และพวกเขาได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เหล่าชัยฏอนได้อ่านในรัชสมัยสุลัยมาน สุลัยมานไม่ได้ปฏิเสธศรัทธา แต่เหล่าชัยฏอนต่างหากที่ปฏิเสธศรัทธา เพราะพวกเขาสอนไสยศาสตร์ให้แก่ผู้คน และพวกเขา(ปฏิบัติตาม)สิ่งที่ถูกนำลงมาแก่มะลักสองตนที่บาบิล นั่นคือฮารูตและมารูต ทั้งสองจะไม่สอนไสยศาสตร์แก่ผู้ใด จนกว่าเขาทั้งสองจะกล่าวว่า "อันเรานี้เป็นเพียงการทดสอบอย่างหนึ่ง ดังนั้นเธอจงอย่าปฏิเสธศรัทธา"
เพราะจะทำคุณไสยได้ จะต้องขอความช่วยเหลือจากญิน (ผีสางเทวดา)
1.5 การเชื่อในโหราศาสตร์ และการทำนายทายทักในรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นด้วยการดูดวง การอ่านไพ่ยิปซี การอ่านถ้วยชากาแฟ การอ่านทราย การเสี่ยงทาย สาเหตุที่การเชื่อ โหราศาสตร์เป็นการตั้งภาคี ก็เพราะว่า โหราศาสตร์เชื่อว่า ดาวเคราะห์ทั้งหลายมีอิทธิพลต่อมนุษย์ทั้งโลก ศาสนทูตกล่าวว่า "พวกโหรนั้นโกหก แม้จะทำนายถูก"
2. การตั้งภาคีซ่อนเร้น
คือ การตั้งภาคีที่มีอยู่ภายในจิตใจ ที่ไม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนจากภายนอก และไม่ได้มีการเคารพสักการะภาคีอันใดขึ้นมาเทียบเทียมกับอัลลอฮฺอย่างโจ่งแจ้ง แต่ให้ตนเองและผลประโยชน์ของตนเอง มีความสำคัญยิ่งกว่าอัลลอฮฺ หรือเท่าเทียมกับอัลลอฮฺ ซึ่งก็เหมือนว่าได้ตั้งภาคีกับพระองค์ เพราะได้เอาตนเองเป็นพระเจ้าเทียบเทียมกับอัลลอฮฺโดยไม่รู้ตัว
{25:43} เธอไม่เห็นดอกหรือ ผู้ที่ยึดเอาตัณหาของตนมาเป็นพระเจ้า แล้วเธอยังจะเป็นผู้คุ้มครองเขากระนั้นหรือ?
2.1 การโอ้อวดในการทำอิบาดะฮฺ เพื่อจะให้ผู้อื่นสรรเสริญเยินยอ หรือเพื่อให้ได้ผลตอบแทนทางโลกอื่น ๆ เช่นนมาซนาฟิละฮฺต่อหน้าผู้คนเพื่อให้คนชมว่าเป็นคนขยันนมาซ ป่าวประกาศการบริจาคเพื่อให้ยกย่องสรรเสริญว่าใจบุญสุนทาน
2.2 การลำพองตนว่า คุณงามความดี ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศศักดิ์ศรี ที่ตนมี ได้มาด้วยความพยายามและความฉลาดของตนเอง กอรูนผู้เป็นมหาเศรษฐึร่ำรวยมหาศาลในสมัยของมูซาก็ได้หลงตน และกล่าวว่า
{28:78} เขา (กอรูน) กล่าวว่า "ข้าได้รับมันเพราะความรู้ของข้า"
ชายอีกคนหนึ่งได้อวดตนข่มเพื่อนของเขาว่า
{18:34} และเขาได้รับผลิตผล ดังนั้นเขาจึงกล่าวแก่เพื่อนของเขา ขณะที่กําลังโต้เถียงกันอยู่ว่า "ฉันมีทรัพย์สินมากกว่าท่าน และมีข้าบริพารมากกว่า" {18:35} เขาได้เข้าไปในสวนของเขา โดยที่เขาเป็นผู้อธรรมแก่ตัวเขาเอง เขากล่าวว่า "ฉันไม่คิดว่าสวนนี้จะพินาศไปได้เลย"
ศาสนทูตกล่าวว่า "ผู้ใดที่มีความยโสโอหังในใจของเขา แม้เท่าเมล็ดผักกาด เขาก็จะไม่ได้เข้าสวรรค์"
วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555
อัรรอฟีเฎาะฮฺกล้าสาบานว่า ท่านหญิง อาอีซะห์เป็นชาวนรก !!
การมุบาฮะละฮฺ ระหว่าง ชัยคฺ มุฮัมหมัด อิบนุ อับดุรเราะหฺมาน อัลกูส และ นาย ยาซิร อัลฮะบีบ (ชีอะห์รอฟีเฎาะฮฺ) หรือในในโลกอาหรับ เรียก นาย ยาซ๊ร อัลฮะบีบ ว่า ชัยคฺ ชัยฏอน ยาซีร อัลคอบีส ซึ่งรอฟีเฎาะฮฺ
กล้าสาบานว่า ท่านหญิง อาอีซะห์เป็นชาวนรก
เมื่อท่านหญิงอาอีชะฮฺถูกกล่าวร้ายว่าเป็นหญิงซีนา เมื่อวันเสียชีวิตของท่านหญิง คือวันเฉลิมฉลองความดีใจ เมื่อบรรดาผู้ถูกสัญญาด้วยสวรรค์ กลายเป็นผู้พำนักในไฟนรก...!!!
กล้าสาบานว่า ท่านหญิง อาอีซะห์เป็นชาวนรก
เมื่อท่านหญิงอาอีชะฮฺถูกกล่าวร้ายว่าเป็นหญิงซีนา เมื่อวันเสียชีวิตของท่านหญิง คือวันเฉลิมฉลองความดีใจ เมื่อบรรดาผู้ถูกสัญญาด้วยสวรรค์ กลายเป็นผู้พำนักในไฟนรก...!!!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






